
ถ่ายเป็นเลือดสดเกิดจากอะไร?
ริดสีดวง แผลปริ หรือมะเร็งลำไส้? วิธีสังเกตอาการ และเมื่อไรควรพบแพทย์ อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2569 ผู้เขียน: ผศ.นพ.ปุณวัฒน์ จันทรจำนง ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
คำตอบโดยสรุป
การถ่ายเป็นเลือดสด หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Bright Red Rectal Bleeding เป็นอาการที่พบได้บ่อยมากในเวชปฏิบัติ และมีสาเหตุได้หลากหลาย ตั้งแต่โรคที่ไม่รุนแรงอย่างริดสีดวงทวารหรือแผลปริขอบทวาร ไปจนถึงโรคที่ต้องรีบวินิจฉัยและรักษา เช่น ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่มาพบผมด้วยความกังวลว่า "ถ่ายเป็นเลือด แปลว่าเป็นมะเร็งหรือเปล่า" ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สาเหตุส่วนใหญ่ของอาการนี้ไม่ได้มาจากมะเร็ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีบางกรณีที่ควรได้รับการตรวจอย่างละเอียด โดยเฉพาะเมื่อมีเลือดออกซ้ำ ๆ ร่วมกับอาการซีด น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ่ายผิดปกติไปจากเดิม หรืออายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป กลุ่มนี้มักจำเป็นต้องได้รับการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
สิ่งที่ควรรู้ไว้ก่อนอ่านต่อ
- ถ่ายเป็นเลือดสดไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป
- ริดสีดวงทวารและแผลปริขอบทวารเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
- หากมีเลือดออกร่วมกับน้ำหนักลด ซีด หรือถ่ายผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์
- ผู้ที่อายุ 45 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรพิจารณาตรวจคัดกรอง
- ยิ่งวินิจฉัยได้เร็วเท่าไร การรักษายิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น
เลือดสดหมายถึงอะไรกันแน่
เวลาพูดถึง "ถ่ายเป็นเลือดสด" หมายถึงการมีเลือดสีแดงสดออกมาทางทวารหนักระหว่างหรือหลังการขับถ่าย ซึ่งอาจปนมากับอุจจาระ เคลือบอยู่บนผิวอุจจาระ หยดลงในโถส้วม หรือติดอยู่บนกระดาษชำระก็ได้ สีของเลือดบอกอะไรเราได้บ้าง โดยทั่วไปเลือดสีแดงสดมักมาจากบริเวณปลายลำไส้ใหญ่ ลำไส้ตรง หรือทวารหนัก ในขณะที่เลือดสีดำคล้ำหรือดำเหมือนยางมะตอยมักบ่งบอกถึงเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนต้น เช่น กระเพาะอาหารหรือหลอดอาหาร แต่ผมอยากเน้นย้ำว่าสีของเลือดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกสาเหตุที่แท้จริงได้ ต้องประเมินร่วมกับอาการอื่น อายุ โรคประจำตัว และการตรวจร่างกายเสมอ หากมีเลือดออกจำนวนมาก เวียนศีรษะ หรืออ่อนเพลียร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นเลือดสดหรือเลือดดำ ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอดูอาการ
สาเหตุที่พบบ่อยของการถ่ายเป็นเลือดสด
เรียงลำดับจากที่พบบ่อยไปหาพบน้อย สาเหตุหลัก ๆ มีดังนี้ ริดสีดวงทวาร เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในคนที่มีอาการท้องผูก ต้องเบ่งอุจจาระเป็นประจำ หรือนั่งถ่ายเป็นเวลานาน ลักษณะเด่นคือเลือดสีแดงสดหลังถ่าย อาจหยดลงโถส้วมหรือมีก้อนยื่นออกมาบริเวณทวารหนัก บางรายมีอาการคันหรือระคายเคืองร่วมด้วย ส่วนใหญ่แล้วมักไม่ปวด ยกเว้นในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนอย่างริดสีดวงภายนอกอักเสบหรือมีลิ่มเลือด แผลปริขอบทวาร เกิดจากการฉีกขาดของเยื่อบุทวารหนัก มักสัมพันธ์กับการถ่ายอุจจาระที่แข็ง จุดที่ทำให้แยกจากริดสีดวงได้ชัดคือความเจ็บปวด แผลปริมักทำให้ปวดแสบขณะถ่ายและปวดต่อเนื่องไปอีกหลายนาทีถึงหลายชั่วโมงหลังถ่าย โดยมีเลือดสดออกมาเพียงเล็กน้อยติดกระดาษชำระ ผู้ป่วยหลายคนเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นริดสีดวงเพราะมีเลือดออกเหมือนกัน แต่ความเจ็บปวดที่รุนแรงกว่านี่แหละที่เป็นตัวบ่งชี้สำคัญ ฝีรอบทวารและฝีคัณฑสูตร แม้จะพบไม่บ่อยเท่าสองโรคข้างต้น แต่ก็ทำให้มีเลือดปนกับหนอง หรือมีเลือดออกจากแผลบริเวณทวารหนักได้เช่นกัน มักมาพร้อมกับอาการปวดมาก มีก้อนบวม อาจมีไข้ และมีหนองไหลออกมาด้วย ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ หรือ Colorectal Polyp เป็นก้อนที่งอกขึ้นจากเยื่อบุลำไส้ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะไม่มีอาการใด ๆ เลย หลายรายตรวจพบโดยบังเอิญตอนไปส่องกล้องด้วยเหตุผลอื่น แต่บางรายอาจมีเลือดสดปนกับอุจจาระ หรือตรวจพบเลือดแฝงในอุจจาระ จนกระทั่งเกิดภาวะโลหิตจางตามมา ที่สำคัญคือติ่งเนื้อบางชนิด โดยเฉพาะ Adenoma และ Sessile Serrated Lesion สามารถพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา การตัดติ่งเนื้อออกตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีนัยสำคัญ มะเร็งลำไส้ใหญ่ แม้จะไม่ใช่สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการถ่ายเป็นเลือดสด แต่ก็เป็นโรคที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด ผู้ป่วยหลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าเป็นมะเร็งเลือดต้องออกเยอะ ซึ่งความจริงแล้วไม่เสมอไป ในระยะเริ่มต้นเลือดอาจออกเพียงเล็กน้อยจนสังเกตไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องอาศัยการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระถึงจะพบ อาการอื่นที่ควรระวังคือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลีย ซีด ถ่ายผิดปกติเช่นท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระลำเล็กลง หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด สิ่งที่ผมอยากเตือนผู้ป่วยเสมอคือ อย่าเพิ่งสรุปว่าเลือดออกเพราะเป็นริดสีดวงเพียงอย่างเดียว เพราะแม้จะมีริดสีดวงจริง ก็อาจมีโรคอื่นซ่อนอยู่ร่วมด้วยได้ โดยเฉพาะในคนอายุ 45 ปีขึ้นไป หรือมีอาการผิดปกติร่วม
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเลือดที่ออกมาจากโรคอะไร
ตรงนี้ต้องบอกตามตรงว่า การถ่ายเป็นเลือดสดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกสาเหตุได้อย่างแน่ชัด แพทย์จำเป็นต้องซักประวัติ ตรวจร่างกาย และในบางรายอาจต้องตรวจเพิ่มเติมอย่างการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม ลักษณะของอาการร่วมสามารถช่วยประเมินสาเหตุเบื้องต้นได้ในระดับหนึ่ง ตามตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้
| อาการ | ริดสีดวง | แผลปริขอบทวาร | ติ่งเนื้อในลำไส้ | มะเร็งลำไส้ใหญ่ |
|---|---|---|---|---|
| เลือดสดหลังถ่าย | พบบ่อย | พบบ่อย | อาจพบ | อาจพบ |
| ปวดขณะถ่าย | มักไม่ปวด | ปวดมาก | ไม่ปวด | ไม่ปวด หรือปวดน้อย |
| มีก้อน | อาจมี | อาจมีติ่งผิวหนัง | ไม่มี | บางรายคลำก้อนได้ |
| น้ำหนักลด | ไม่มี | ไม่มี | ไม่มี | มี |
| ซีด | ไม่บ่อย | ไม่บ่อย | อาจพบ | มี |
| ถ่ายผิดปกติ | ไม่มี | ไม่มี | อาจพบ | มี |
| ต้องส่องกล้อง | บางราย | บางราย | ต้องส่องกล้อง | ต้องส่องกล้อง |
ตารางนี้ใช้เพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้ด้วยตัวเอง
แล้วแบบไหนควรรีบพบแพทย์
แม้การถ่ายเป็นเลือดสดส่วนใหญ่จะเกิดจากโรคที่ไม่รุนแรง แต่ก็มีบางสถานการณ์ที่ไม่ควรรอดูอาการเองที่บ้าน หากคุณมีเลือดออกซ้ำหลายครั้ง เลือดออกจำนวนมาก รู้สึกหน้ามืดหรือเวียนศีรษะ เหนื่อยง่ายผิดปกติ ซีด น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระลำเล็กลง มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรืออายุ 45 ปีขึ้นไปและยังไม่เคยตรวจคัดกรองมาก่อน ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว ส่วนอาการที่ถือว่าเป็นสัญญาณฉุกเฉินและควรไปโรงพยาบาลทันที ได้แก่ เลือดออกจำนวนมากไม่หยุด หน้ามืดจนเกือบเป็นลม ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ หรือปวดท้องรุนแรงร่วมกับเลือดออก อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
อายุเท่าไรถึงควรตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่
ปัจจุบันแนวทางสากลหลายแห่ง เช่น USPSTF, American Cancer Society และ American College of Gastroenterology แนะนำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงปานกลางเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 45 ปี แต่ก็ควรพิจารณาตรวจเร็วกว่านั้น หากมีอาการถ่ายเป็นเลือดโดยไม่ทราบสาเหตุ มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เคยมีติ่งเนื้อในลำไส้มาก่อน เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือมีอาการผิดปกติอื่นที่แพทย์เห็นว่าควรตรวจเพิ่มเติม แต่นั่นไม่ได้แปลว่าทุกคนที่ถ่ายเป็นเลือดจะต้องส่องกล้องเสมอไป การตัดสินใจขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งอายุ ลักษณะของเลือดที่ออก อาการร่วม ผลตรวจร่างกาย ประวัติครอบครัว และโรคประจำตัว ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยอายุน้อยที่มีอาการเข้าได้กับแผลปริชัดเจน อาจยังไม่จำเป็นต้องส่องกล้องทันที แต่ผู้ที่อายุ 45 ปีขึ้นไป หรือมีอาการเตือนอื่นร่วมด้วย ควรได้รับการประเมินว่าจำเป็นต้องส่องกล้องหรือไม่ ข้อดีของการส่องกล้องลำไส้ใหญ่คือช่วยให้เห็นเยื่อบุลำไส้ใหญ่ได้โดยตรง สามารถตัดติ่งเนื้อออกได้ทันทีในหลายกรณี และเก็บชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยาได้ในคราวเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเน้นย้ำคือ การมีริดสีดวงไม่ได้แปลว่าไม่มีมะเร็งลำไส้ใหญ่ร่วมด้วย หากมีข้อบ่งชี้ แพทย์อาจแนะนำให้ส่องกล้องแม้จะตรวจพบริดสีดวงแล้วก็ตาม
เมื่อมาพบแพทย์ จะได้รับการตรวจอย่างไร
ขั้นตอนแรกที่แพทย์จะประเมินคือหาสาเหตุของเลือดออก และดูว่ามีภาวะที่ต้องรักษาเร่งด่วนหรือไม่ โดยทั่วไปจะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด เช่น เลือดออกมาตั้งแต่เมื่อไร ออกทุกครั้งที่ถ่ายหรือไม่ เลือดปนกับอุจจาระหรือหยดออกมาหลังถ่าย มีอาการปวดร่วมด้วยหรือไม่ น้ำหนักลดหรือถ่ายผิดปกติหรือไม่ เคยเป็นริดสีดวงมาก่อนหรือไม่ และมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือไม่ หลังจากนั้นจะเป็นการตรวจร่างกาย ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจบริเวณทวารหนัก ตรวจด้วยนิ้ว หรือในบางกรณีอาจตรวจด้วยกล้องส่องทวารหนักขนาดเล็ก การตรวจเหล่านี้ช่วยวินิจฉัยโรคที่อยู่บริเวณปลายลำไส้ได้ดี เช่น ริดสีดวงและแผลปริขอบทวาร หากแพทย์สงสัยว่ามีโรคที่อยู่ลึกเข้าไปในลำไส้ใหญ่ อย่างติ่งเนื้อ มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือลำไส้อักเสบ ก็อาจแนะนำให้ตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพิ่มเติมตามที่กล่าวไปข้างต้น
แนวทางการรักษาตามสาเหตุ
การรักษาจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุที่พบ
| สาเหตุ | แนวทางรักษา |
|---|---|
| ริดสีดวง | ปรับพฤติกรรม ใช้ยา รักษาแบบไม่ผ่าตัด หรือผ่าตัดในบางราย |
| แผลปริ | ใช้ยา แช่น้ำอุ่น ฉีด Botox หรือผ่าตัดในบางราย |
| ฝีรอบทวาร | ระบายหนอง หรือผ่าตัดตามข้อบ่งชี้ |
| ติ่งเนื้อ | ตัดออกระหว่างส่องกล้องในหลายกรณี |
| มะเร็งลำไส้ใหญ่ | ผ่าตัด ร่วมกับการรักษาอื่นตามระยะของโรค |
สิ่งที่ผมอยากฝากไว้คือ อย่าซื้อยาริดสีดวงมารับประทานเองเพียงเพราะเห็นเลือดสดหลังถ่าย เพราะแม้ริดสีดวงจะเป็นสาเหตุที่พบบ่อย แต่ผู้ป่วยบางรายอาจมีโรคอื่นซ่อนอยู่ร่วมด้วย การรักษาตามอาการโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงอาจทำให้การวินิจฉัยโรคที่รุนแรงกว่าล่าช้าออกไปโดยไม่จำเป็น
คำถามที่พบบ่อย
ถ่ายเป็นเลือดสดทุกครั้ง เป็นริดสีดวง
ถ่ายเป็นเลือดแต่ไม่เจ็บ เป็นอะไรได้บ้าง? อาจ
ถ่ายเป็นเลือดสด ต้องส่องกล้องทุกคนหรือไม่?
ริดสีดวงทำให้เป็นมะเร็งหรือไม่? ไม่ครับ
ถ่ายเป็นเลือดแล้วกินยาหาย ยังจำเป็นต้องตรวจอยู่ไหม?
ถ่ายเป็นเลือดสด เกิดจากการกินอาหารเผ็ดได้ไหม?
ถ่ายเป็นเลือดสดแล้วไม่มีอาการอื่นเลย อันตรายไหม?
8. ออกตรวจที่โรงพยาบาลใดบ้าง?
สรุป
การถ่ายเป็นเลือดสดเป็นอาการที่พบได้บ่อยมาก และส่วนใหญ่เกิดจากโรคที่รักษาได้ไม่ยาก เช่น ริดสีดวงทวารหรือแผลปริขอบทวาร แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่สำคัญกว่า อย่างติ่งเนื้อในลำไส้หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เช่นกัน การสังเกตลักษณะของเลือด อาการร่วม อายุ และปัจจัยเสี่ยงของตัวเอง จะช่วยให้ประเมินได้ในเบื้องต้นว่าควรตรวจเพิ่มเติมหรือไม่
หากมีเลือดออกซ้ำ มีอาการผิดปกติร่วมด้วย หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ผมแนะนำว่าไม่ควรซื้อยามารับประทานเองโดยไม่ทราบสาเหตุ การเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางจะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
นัดหมาย
เพื่อรับคำปรึกษาจากแพทย์
ดูตารางออกตรวจและเลือกโรงพยาบาลที่สะดวก จากนั้นสามารถติดต่อผ่าน
LINE Official Account เพื่อขอนัดหมายหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

